Categories
ข่าว

ตกรอบเอฟเอ คัพ ! 5 ความผิดพลาดของ โซลชา เกมแพ้ เชลซี

ตกรอบเอฟเอ คัพ ! 5 ความผิดพลาดของ โซลชา เกมแพ้ เชลซี

แฟนบอล “ผีแดง” จำนวนมากตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการจัดผู้เล่นและแท็กติคของ “น้าลูกอม” ในแมตช์นี้ อย่างการส่ง ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูชาวสแปนิช ลงเล่นตัวจริง ทั้งๆ ที่เกมฟุตบอลถ้วยมักจะเป็นหน้าที่ของ เซร์คิโอ โรเมโร่ นายด่านชาวอาร์เจนไตน์

โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ผู้จัดการทีมชาวนอร์เวย์ ตกเป็นจำเลยของเหล่าสาวก “เร้ด อาร์มี่” หลังจากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องร่วงตกรอบรองชนะเลิศ ศึกเอฟเอ คัพ ด้วยฝีเท้าของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันในแผงกองกลาง โซลชา เลือกดร็อป ปอล ป็อกบา แต่แทนที่จะใช้งาน สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่ดันเลือกส่ง เฟร็ด ลงสนาม ซึ่งกลายเป็นว่าเล่นไม่เข้าขากับ เนมานย่า มาติช และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ทำให้แผงมิดฟิลด์ที่เคยโดดเด่นของทีมตกเป็นรองกองกลาง เชลซี ไปโดยปริยาย

สำหรับตอนนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด ต้องไปโฟกัสกับเกมพรีเมียร์ลีก ในการลุ้นติดอันดับท็อปโฟร์ ซึ่งพวกเขามีโอกาสสูงมากๆ หลัง เลสเตอร์ ซิตี้ แพ้ สเปอร์ส ในขณะเดียวกันเกมยูฟ่า ยูโรปา ลีก พวกเขาก็ถือว่ามีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จเช่นเดียวกัน

1. ดร็อป โรเมโร่ ทั้งที่ทำผลงานดีในเอฟเอ คัพ
โดยปกติแล้ว เซร์คิโอ โรเมโร่ ผู้รักษาประตูชาวอาร์เจนไตน์ จะต้องทำหน้าที่เฝ้าเสาในเกมฟุตบอลถ้วยในประเทศเป็นส่วนใหญ่ แต่ไม่รู้ว่า โซลชา นึกอะไรอยู่ หรือเป็นเพราะนี่คือเกมรอบตัดเชือกฟุตบอลถ้วยเก่าแก่ที่สุดในโลก ทำให้ “น้าลูกอม” ต้องการความแน่นอนของนายทวาร จึงเป็นเหตุผลทำให้ตัดสินใจสั่ง โรเมโร่ นั่งนิ่งในซุ้มม้านั่งสำรอง และจับ นายทวารทีมชาติสเปน ลงเล่นตัวจริง

สุดท้าย เด เคอา ทำผลงานได้น่าผิดหวังทั้งจังหวะที่เสียประตูแรกจากการสะกิดบอลเปลี่ยนทางเบาๆ ของ โอลิวิเย่ร์ ชิรูด์ ซึ่งลูกนี้จะโทษเขาคนเดียวก็ไม่ถูก เพราะคนที่ควรโดนตำหนิด้วยก็คือ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ แต่จังหวะเสียประตูที่สองจากการยิงไกลของ เมสัน เมาท์ ที่บอลก็ไม่แรงแถมตรงตัว แต่ดันปัดเข้าประตูหน้าตาเฉย สมควรอย่างยิ่งที่ นายด่านเครางาม จะโดนด่าจนหูชา

2.เน้นเกมรับมากเกินไป
กุนซือซูเปอร์ซับ ทำให้หลายๆ คนต้องแปลกใจในการส่งรายชื่อนักเตะ และยังวางหมากให้ทีมเน้นเล่นลึกจนถูกกดดันอย่างมาก ที่สำคัญพวกเขาไม่มีทีเด็ดที่มักจะได้ผลเสมอนั่นก็คือการวางบอลยาวไปให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด ใช้ความรวดเร็วเพื่อกระชากหนีแนวรับคู่แข่ง

การที่ โซลชา เลือกเล่นแบบนี้เพราะมองว่านี่อาจจะเป็นแผนที่ได้ผลเนื่องจากเคยใช้มาแล้ว และเอาชนะทีมของกุนซือแฟร้งค์ แลมพาร์ด ทั้ง 3 ครั้ง (พรีเมียร์ลีก 2 เกม และ คาราบาว คัพ 1 เกม) ในฤดูกาลนี้ นั่นก็คือการใช้วิธีเล่นแบบกระจายบอลไปทั่วสนาม

อย่างไรก็ตาม “แลมพ์ส” คงเรียนรู้จากบทเรียนราคาแพงทั้ง 3 แมตช์ดังกล่าว ทำให้เขาเตรียมตัวมาอย่างดี โดยจะเห็นได้ว่า คูร์ท ซูม่า และ อันโตนิโอ รือดิเกอร์ คู่เซนเตอร์แบ็กในแมตช์นี้ สามารถรับมือกับเกมรุกของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้อย่างง่ายดาย

3.แผงกลางอ่อนยวบเมื่อพัก ป็อกบา กับ แม็คโทมิเน่ย์
จริงๆ แล้วแผงกองกลางในเวลานี้ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังลงตัวสุดๆ เพราะการใช้สามประสานอย่าง บรูโน่ แฟร์นันด์ส, ปอล ป็อกบา และ เนมานย่า มาติช ทำให้มิดฟิลด์ของ “ปีศาจแดง” สุดแข็งแกร่ง และยังสามารถสร้างโอกาสในการทำประตูได้มากมาย
อย่างไรก็ตาม โซลชา เลือกที่จะพัก สตาร์ลูกหนังทีมชาติฝรั่งเศส และส่ง เฟร็ด ลงสนาม งานนี้บอกเลยว่า เฟร็ด เล่นไม่เข้าขากับ แฟร์นันด์ส และ มาติช ที่สำคัญ จอมทัพทีมชาติโปรตุเกส ยังเล่นไม่ค่อยเมื่อโดน มาเตโอ โควาซิช กับ จอร์จินโญ่ จัดการซะอยู่หมัด

จริงๆ แล้วเกมนี้หาก กุนซือชาวนอร์เวย์ เลือกที่จะพัก ป็อกบา เขาน่าจะหันมาใช้งาน แม็คโทมิเน่ย์ มากกว่า เฟร็ด เพราะ ดาวเตะเลือดวิสกี้ น่าจะทำผลงานได้ดีในแผงกองกลาง โดยเฉพาะในเรื่องพละกำลังและการวิ่งแบบไม่มีหมด คงจะช่วยให้ทีมแบกภาระในการสู้กับ โควาซิช และจอร์จินโญ่ ซึ่งทำให้ แฟร์นันด์ส มีอิสระในการเล่นมากยิ่งขึ้น

vxbet365

4.ส่ง มาร์กซิยาล ลงมาช้าเกินไป
การเลือกส่ง แดเนี่ยล เจมส์ ลงสนามต้องยอมรับว่า “เจ้าหนูเลือดเวลส์” ไม่ได้มีศักยภาพอยู่ในระดับเดียวกับ อองโตนี่ย์ มาร์กซิยาล และการที่ “น้าลูกอม” ตัดสินใจส่งนักเตะลงเล่นตั้งแต่ต้นเกม กลายเป็นข้อผิดพลาดเพราะ เจมส์ ไม่สามารถแหกด่านเกมรับสุดแกร่งของ “สิงห์บลูส์” ได้เลย

สุดท้าย โซลชา จำเป็นต้องส่ง มาร์กซิยาล ลงสนามในช่วงพักครึ่งเพื่อแทน เอริก ไบยี่ ปราการหลังตัวเก่ง เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ ถือเป็นการเปลี่ยนตัวที่ค่อนข้างแปลกพอสมควร ที่สำคัญการส่ง หัวหอกเลือดเฟร้นช์ ลงสนามในช่วงเวลานั้น ทำให้นักเตะยากจะงัดฟอร์มเก่งออกมาได้ และสุดท้ายก็ไม่สามารถทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน

5.เชลซี ยิ่งเล่นยิ่งมั่นใจ
ทันทีที่ “เร้ด เดวิลส์” ตกเป็นรอง 0-1 ทุกๆ อย่างค่อยๆ เปลี่ยนไป ที่สำคัญเสียงตะโกนที่คอยกระตุ้นลูกทีมของ นายใหญ่เลือดนอร์เวย์ แทบจะไม่ได้ยิน สวนทางกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ทั้งตะโกนกระตุ้น ทั้งสั่งการลูกทีมตลอดเวลา เพื่อให้นักเตะไล่บดขยี้ แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างต่อเนื่อง

จริงๆ แล้ว แมนฯ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่นและเก็บชัยชนะเป็นว่าเล่นด้วยวิธีการใช้ความเร็วโจมตีคู่แข่ง และนี่คือสิ่งที่แฟนบอล “ปีศาจแดง” ทั่วโลก อยากรู้ว่าทำไม โซลชา ถึงไม่เลือกใช้วิธีการเล่นที่พวกเขาถนัดเพื่อโอกาสที่จะเอาชนะ เชลซี แต่ดันเปลี่ยนแผน จนสุดท้ายต้องร่วงตกรอบอย่างเจ็บปวด

******************************

สนับสนุนข่าวโดย sectam.net

สนใจเว็บพนันออนไลน์ที่นักพนันทุกคนตามหาที่ vxbet365

******************************